
1. เริ่มจากความสูง
ความสูงตาข่ายควรพิจารณาจากระยะห่างระหว่างขอบสนามกับสิ่งที่ต้องการป้องกัน สนามฟุตซอลในพื้นที่ปิดใช้ 4–6 เมตรก็เพียงพอ แต่หากสนามอยู่ติดถนน ที่จอดรถ หรือบ้านเรือน ควรเพิ่มเป็น 8–12 เมตร ส่วนสนามไดร์ฟกอล์ฟต้องคำนวณจากวิถีลูกจริง โดยทั่วไปเริ่มที่ 10 เมตรและอาจสูงถึง 30 เมตร
2. เลือกขนาดตาและเส้นด้าย
ขนาดตาต้องเล็กกว่าลูกที่ใช้เล่น ฟุตบอลใช้ 100–120 มม. เทนนิสและแบดมินตัน 40–60 มม. กอล์ฟไม่ควรเกิน 25 มม. ส่วนเส้นด้ายยิ่งหนายิ่งทนแรงกระแทก แต่ก็รับแรงลมมากขึ้น จึงต้องออกแบบร่วมกับโครงเสาเสมอ
3. โครงเสาและระบบขึง
เสาเหล็กควรชุบกัลวาไนซ์เพื่อกันสนิม ฐานยึดต้องคำนวณโมเมนต์จากแรงลมที่กระทำกับผืนตาข่าย และควรมีสลิงขึงขอบบน-ล่างพร้อมเทิร์นบัคเคิลปรับความตึงได้ เพื่อให้ปรับตาข่ายให้ตึงเรียบได้ตลอดอายุใช้งาน สนามที่อยู่ในพื้นที่ลมแรงหรือใกล้ทะเล แนะนำระบบรอกชักตาข่ายลงได้ในช่วงพายุ
4. ข้อผิดพลาดที่ทำให้ต้องเปลี่ยนตาข่ายเร็ว
- ใช้ตาข่ายเกรดกันนกกับสนามกีฬา ซึ่งไม่ได้ออกแบบมารับแรงกระแทกซ้ำ ๆ
- ไม่เสริมเชือกขอบผืน ทำให้ฉีกขาดที่จุดยึดก่อนเสมอ
- ขึงตึงเกินไปจนตาข่ายไม่มีการยืดหยุ่นซับแรง
- ปล่อยให้เศษใบไม้และฝุ่นสะสมบนผืน ทำให้น้ำหนักเพิ่มและหย่อนเร็ว

ต้องการให้ทีมงานช่วยคำนวณสเปกให้สนามของคุณ ส่งขนาดสนามและภาพพื้นที่มาที่ info@tanetting.co.th